ผู้หญิงที่เป็นชู้ของสามีฉันคงคิดว่า แค่คลิปวิดีโอเพียงคลิปเดียวก็ทำลายชีวิตของฉันจนพังพินาศได้แล้ว
เธอจงใจส่งคลิปที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันในโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ มาให้ฉัน
พวกเขากำลังกอดก่ายกัน
จูบกันอย่างดูดดื่ม
และใบหน้าของเธอก็ฉายแววมั่นอกมั่นใจอย่างถึงที่สุด
หลังจากนั้น เธอก็พิมพ์ข้อความตามมาสั้นๆ
“หย่าเงียบๆ ซะเถอะค่ะ อย่าทำให้ตัวเองต้องอับอายขายหน้าไปมากกว่านี้เลย”
เธอคงคิดว่าฉันจะต้องฟูมฟายร้องไห้
คิดว่าฉันจะก้มกราบอ้อนวอนขอความรักจากสามี
คิดว่าฉันจะยอมก้มหน้าเดินออกจากชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนไปแบบไร้ทางสู้
แต่เธอลืมไปอย่างหนึ่ง… ฉันสังเกตเห็นบางอย่างในคลิปนั้นที่เธอไม่เคยคาดคิด
ทั้งเลขห้อง
ทั้งวันเวลา
และชื่อของโรงแรมหรูแห่งนั้น
สองชั่วโมงหลังจากที่ฉันได้รับคลิป สามีของฉันซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กำลังยืนตระหง่านอยู่บนเวทีต่อหน้ากลุ่มนักลงทุนและผู้ถือหุ้นกว่าห้าร้อยคน
เขากำลังเตรียมแถลงเปิดตัวโปรเจกต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัท
โดยที่เขาหารู้ไม่ว่า อีกเพียงไม่กี่นาที อาณาจักรที่เขาทุ่มเทสร้างมากับมือจะเริ่มพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
ฉันชื่อ ณิชา วรโชติเมธี อายุสามสิบแปดปี
ฉันแต่งงานอยู่กินกับ ธนิน วรโชติเมธี มานานกว่าสิบเอ็ดปี เขาคือ CEO ของ วรโชติ คอร์ปอเรชั่น บริษัทด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับแนวหน้าแถบสาทร
ในสายตาของคนภายนอก เราทั้งคู่คือคู่แต่งงานที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
ธนินคือนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ที่ปั้นบริษัทเล็กๆ จนก้าวสู่ระดับแถวหน้า
ส่วนฉันคือภรรยาที่วางตัวสง่างาม เงียบขรึม และคอยเคียงข้างเขาในงานสังคมธุรกิจเสมอ
แต่แทบไม่มีใครรู้เลยว่า ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จได้ถึงเพียงนี้ ฉันคือคนที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญแทบทั้งหมด
ฉันเป็นคนตรวจแก้สัญญาเอกสาร
ฉันเป็นคนลงไปเจรจากับคู่ค้าและซัพพลายเออร์
และฉันเป็นคนช่วยวางโครงสร้างระบบธุรกิจในยุคแรกเริ่ม
กระทั่งเมื่อบริษัทเริ่มเติบโตอย่างมั่นคง ธนินกลับขอร้องให้ฉันถอยห่างจากการบริหาร
“ณิชา… ผมอยากให้คุณอยู่เป็นความสบายใจให้ผมในฐานะภรรยา ไม่อยากให้เรื่องงานกับความรักของเรากลายเป็นการแข่งขันกันเอง”
ฉันยอมตกลง
ฉันเชื่อใจเขา คิดว่าเรากำลังช่วยกันสร้างอนาคตของครอบครัว
ฉันไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ยามที่ฉันช่วยพยุงให้เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด เขากลับค่อยๆ ปกปิดความลับดำมืดที่จะย้อนกลับมาทำร้ายฉัน
ผู้หญิงที่ปรากฏในคลิปคนนั้นชื่อ พิมพ์มาดา
อายุสามสิบเอ็ดปี
เธอคือผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของบริษัท
ในวิดีโอ เธอนั่งอยู่ข้างๆ ธนินในห้องสูทหรูหรา
สามีของฉันดึงเธอเข้าไปกอด
และบรรจงจูบเธอ
พิมพ์มาดาส่งยิ้มเยาะให้กับกล้องราวกับเป็นผู้ชนะในเกมนี้
แต่ก่อนที่ฉันจะปิดหน้าจอ สายตาของฉันเหลือบไปเห็นป้ายเล็กๆ บริเวณมุมห้องด้านหลัง
SUITE 1806
ด้านล่างมีโลโก้ของโรงแรมระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ภาพนั้นทำให้ฉันนึกย้อนไปถึงรายงานสรุปงบการเงินที่ฉันเพิ่งผ่านตาไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน
มีการจองห้องพักในโรงแรมหรูแห่งเดียวกันนั้น
ห้องสูท 1806
ระยะเวลาสามคืน
และที่สำคัญ… มันถูกชำระด้วยบัญชีบัตรเครดิตนิติบุคคลของบริษัท
ในรายงานระบุเหตุผลการเบิกจ่ายว่า:
“การประชุมเชิงกลยุทธ์ร่วมกับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ”
ทั้งที่ในช่วงเวลานั้น ธนินบอกฉันว่าเขาต้องบินด่วนไปตรวจงานสาขาที่เชียงใหม่
ฉันเปิดดูคลิปนั้นซ้ำอีกครั้งอย่างละเอียด
ขวดแชมเปญราคาแพง
ช่อดอกไม้สด
เสื้อคลุมอาบน้ำสองตัว
และแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ประทับตราโลโก้ของ วรโชติ คอร์ปอเรชั่น วางอยู่บนโต๊ะทำงานข้างเตียง
ตอนที่ 2 (ตอนจบ)
แฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ประทับตราโลโก้ของบริษัทบนโต๊ะข้างเตียงในคลิปนั้น ไม่ใช่แค่แฟ้มงานธรรมดา
มันคือแฟ้มลายเซ็นอนุมัติงบประมาณโครงการ “เน็กซัส คลาวด์” โปรเจกต์เรือธงมูลค่ากว่าสองพันล้านบาทที่ธนินกำลังจะขึ้นนำเสนอในอีกไม่กี่อึดใจนี้
พิมพ์มาดาคงคิดว่ามุมกล้องที่เธอจงใจแพนไปรอบห้องเพื่ออวดความหรูหราและความเสน่หา จะทำให้ฉันหัวใจสลายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เธอส่งมาไม่ใช่แค่หลักฐานการทรยศหักหลังในชีวิตคู่ มันคือหลักฐานการยักยอกเงินทุน การปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่าย และการนำข้อมูลลับของบริษัทมหาชนไปเปิดเผยให้บุคคลภายนอกรับรู้
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างใจเย็น ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นในพริบตา น้ำตาสักหยดไม่มีวันได้ร่วงหล่นลงมาเพื่อสังเวยให้แก่คนทรยศทั้งสองคน
ฉันยกหูโทรศัพท์ขึ้นทันที
“ทนายกรันต์คะ ณิชาเองค่ะ… เตรียมเอกสารทั้งหมดที่เราคุยกันไว้เมื่อเดือนก่อนได้เลยค่ะ และช่วยประสานงานคณะกรรมการตรวจสอบภายในกับตัวแทนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้เข้ามาที่ห้องรับรองใหญ่ของโรงแรมอินเตอร์คอนเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสุขุม กรันต์คือทนายความส่วนตัวประจำตระกูลของฉัน และเป็นเพื่อนสนิทที่คอยจัดการดูแลสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดให้ฉันมาตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะแต่งงานกับธนินเสียอีก
แท้จริงแล้ว ธนินลืมความจริงข้อที่สำคัญที่สุดไปอย่างสิ้นเชิง บริษัท วรโชติ คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้เริ่มต้นขึ้นจากเงินเก็บหรือน้ำพักน้ำแรงของเขาเพียงลำพัง หากแต่เริ่มต้นขึ้นจากทุนก้อนแรกของบิดาฉัน และหุ้นบุริมสิทธิ์ที่มีสิทธิ์ออกเสียงชี้ขาดถึงสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ยังคงถือครองโดยชื่อของฉันแต่เพียงผู้เดียว แม้ช่วงหลังฉันจะยอมก้าวลงจากตำแหน่งฝ่ายบริหารเพื่อให้เกียรติเขาในฐานะผู้นำครอบครัว แต่ฉันไม่เคยเซ็นโอนกรรมสิทธิ์เหล่านั้นให้ใคร
ฉันลุกขึ้นยืนหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว สวมชุดสูททักซิโด้สตรีสีขาวบริสุทธิ์ ตัดเย็บประณีต ทาลิปสติกสีแดงเข้มที่ขับให้ใบหน้าดูสง่างามและไร้ความหวาดหวั่น ก่อนจะหยิบกระเป๋าหนังสีดำที่บรรจุแฟลชไดรฟ์และเอกสารสำคัญก้าวออกจากคฤหาสน์ที่เคยคิดว่าเป็นรังรักอันอบอุ่น มุ่งหน้าสู่ศูนย์การประชุมใจกลางสาทร
บรรยากาศภายในแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แสงแฟลชจากช่างภาพสื่อมวลชนสายธุรกิจสว่างวาบไปทั่วบริเวณ นักลงทุนสถาบัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้บริหารระดับสูงต่างนั่งจับจองที่นั่งจนเต็มพื้นที่ บนจอแอลอีดียักษ์ด้านหลังเวทีฉายสไลด์ต้อนรับสู่งาน “วรโชติ วิสัยทัศน์สู่อนาคต: เน็กซัส คลาวด์”
ธนินยืนอยู่กลางเวทีในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้มสั่งตัดพิเศษ บุคลิกที่ดูสุขุม รอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ และน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าเชื่อถือของเขากำลังสะกดผู้ฟังทุกคนในห้องประชุม
“และนี่คือการก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์ของพวกเราครับ วรโชติ คอร์ปอเรชั่น จะไม่เป็นเพียงผู้นำในประเทศอีกต่อไป แต่เรากำลังจะขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนี้ไปสู่ระดับภูมิภาค ด้วยความโปร่งใส ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทอย่างไม่มีวันสิ้นสุดของทีมงานทุกคน…”
เสียงปรบมือดังกึกก้องสลับกับคำชื่นชม
ข้างเวที บริเวณคอนโทรลรูม พิมพ์มาดายืนอยู่ในชุดราตรีสั้นสีแดงสด ใบหน้าแต่งแต้มอย่างสะสวย เธอยืนกอดอกมองธนินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเป็นเจ้าของ เธอก้มลงมองโทรศัพท์ในมือเป็นระยะ คงกำลังรอคอยข้อความตอบกลับด้วยความสิ้นหวังจากฉัน
แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่ข้อความในจอมือถือ
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นดังก้องขึ้นจากประตูทางเข้าด้านหลัง ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ถูกเปิดออก ฉันก้าวเข้าไปในห้องประชุมใหญ่พร้อมกับทนายกรันต์และกลุ่มชายในชุดสูทสีเข้มอีกสี่คน ซึ่งสองคนในนั้นคือประธานกรรมการตรวจสอบภายในของบริษัท และเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบความโปร่งใสของตลาดหลักทรัพย์
สายตาหลายคู่เริ่มหันมาจับจ้อง การปรากฏตัวของ “ภรรยาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” ที่ไม่ได้อยู่ในกำหนดการเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนได้ทันที ช่างภาพเริ่มหันเลนส์กล้องมาทางฉัน
ธนินที่กำลังพูดอยู่บนเวทีชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาวูบไหวเมื่อเห็นฉันเดินตรงเข้ามา แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ เขาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยิ้มรับและผายมือมาทางฉัน
“และในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณบุคคลที่สำคัญที่สุด ผู้หญิงที่เป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผมมาตลอดสิบเอ็ดปี… ภรรยาของผม คุณณิชา ครับ”
ทุกคนในห้องหันมาปรบมือให้เกียรติฉัน
พิมพ์มาดาที่ยืนอยู่ตรงมุมเวทียิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาของเธอที่สบกับฉันเต็มไปด้วยความท้าทาย ราวกับจะบอกว่า ‘มาแสดงตัวเป็นเจ้าของตอนนี้ก็สายไปแล้ว’
ฉันไม่รอช้า ก้าวขึ้นบันไดเวทีอย่างสง่าผ่าเผย เดินตรงเข้าไปหาธนินที่ยื่นมือออกมารอรับ แต่แทนที่ฉันจะจับมือเขา ฉันกลับก้าวผ่านร่างของเขาไปยืนตรงโพเดียมหลัก คว้าไมโครโฟนมาถือไว้ในมือ
“ขอบคุณค่ะคุณธนิน สำหรับคำกล่าวยกย่องที่ดูงดงามจับใจ”
เสียงของฉันดังกังวานผ่านลำโพงรอบทิศทาง ชัดเจน นิ่งสงบ แต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจจนบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน
ธนินเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขากระซิบข้างหูฉันด้วยรอยยิ้มที่ฝืนเต็มทน “ณิชา… คุณทำอะไรน่ะ ลงไปก่อนเถอะ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงถ่ายทอดสดและมีผู้ถือหุ้นอยู่นะ”
ฉันไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขา แต่สายตากลับจ้องตรงไปยังกลุ่มผู้ถือหุ้นและกล้องถ่ายทอดสดทุกตัว
“ดิฉัน ณิชา วรโชติเมธี ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง วรโชติ คอร์ปอเรชั่น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อความโปร่งใสและมูลค่าของบริษัทต่อทุกท่าน ณ ที่นี้ ก่อนที่โปรเจกต์ เน็กซัส คลาวด์ จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ”
ความโกลาหลเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในห้องประชุม เสียงซุบซิบดังระงม สื่อมวลชนต่างยกกล้องขึ้นบันทึกภาพอย่างรวดเร็ว
“ณิชา! หยุดบ้าเดี๋ยวนี้!” ธนินเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาก้าวเข้ามาจะแย่งไมโครโฟน แต่ทนายกรันต์พร้อมบอดี้การ์ดเดินขึ้นมาขวางไว้ทันที
“กรุณาอย่าขัดขวางการใช้สิทธิ์ของกรรมการบริหารครับ คุณธนิน” ทนายกรันต์กล่าวเสียงเรียบ
ฉันหยิบรีโมตควบคุมสไลด์ที่วางอยู่บนแท่น เสียบแฟลชไดรฟ์ที่เตรียมไว้เข้ากับพอร์ตสำรองของโพเดียม และกดสลับสัญญาณภาพขึ้นสู่จอแอลอีดียักษ์ด้านหลัง
ภาพสไลด์แนะนำเทคโนโลยีของบริษัทดับวูบลง
สิ่งที่ปรากฏขึ้นแทนที่ ไม่ใช่คลิปอนาจารที่พิมพ์มาดาส่งมา เพราะฉันฉลาดพอที่จะไม่ลดตัวลงไปเล่นเกมสกปรกในระดับเดียวกับเธอ
แต่สิ่งที่ฉายขึ้นบนจอขนาดยักษ์ คือภาพเอกสารสรุปรายการเดินบัญชีนิติบุคคล เปรียบเทียบกับภาพนิ่งที่ตัดมาจากคลิปวิดีโออย่างคมชัด
ภาพมุมขวาบนคือป้าย “SUITE 1806” ของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเวลาที่บันทึกไว้ในเมทาดาต้าของไฟล์วิดีโอ
ภาพด้านล่างคือใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตบริษัทที่ลงชื่ออนุมัติโดย ธนิน วรโชติเมธี ยอดเงินค่าห้องพักและค่าบริการรวมกว่าสี่แสนห้าหมื่นบาท ระบุวัตถุประสงค์เท็จว่า “การเจรจาลับกับกลุ่มทุนจากสิงคโปร์” ในช่วงเวลาเดียวกันเป๊ะกับที่เขาอ้างว่าติดภารกิจที่เชียงใหม่
และที่เลวร้ายไปกว่านั้น ถัดมาอีกหน้าสไลด์ คือภาพแฟ้มเอกสารสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงในโรงแรม ซึ่งเมื่อซูมเข้าไปอย่างชัดเจน มันคือสัญญาการประมูลโครงการของบริษัทคู่แข่ง ที่ถูกลงนามส่งมอบข้อมูลโดยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร… นางสาวพิมพ์มาดา
“นี่คือรายงานการใช้จ่ายเงินกองทุนบริษัทเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน และการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” ฉันกล่าวอย่างฉะฉาน ไร้ความสั่นเครือ “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้นำงบประมาณของบริษัทไปใช้ในการปรนเปรอความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพนักงานใต้บังคับบัญชา และที่ร้ายแรงที่สุดคือ มีการนำเอกสารความลับทางการค้าของโครงการเน็กซัส คลาวด์ ไปเปิดเผยในสถานที่ส่วนตัว ซึ่งเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่และละเมิดข้อบังคับธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง”
เสียงฮือฮาดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ แสงแฟลชรัวใส่เวทีไม่ขาดสาย ผู้ถือหุ้นต่างลุกขึ้นยืนด้วยความไม่พอใจ
ใบหน้าของธนินซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขามองดูภาพบนจอด้วยความตระหนกตกใจอย่างถึงที่สุด ริมฝีปากสั่นระริก “ไม่จริง… นี่มันเรื่องเข้าใจผิด! ทุกคนอย่าไปฟังเธอ ณิชาเธอสติไม่ดี เธอแค่อิจฉา!”
แต่ไม่มีใครฟังคำแก้ตัวที่ไร้น้ำหนักของเขาอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน ที่มุมเวที พิมพ์มาดาหน้าถอดสี ขาของเธออ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอพยายามจะก้าวถอยหลังเพื่อหลบหนีออกจากห้องประชุม แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบภายในและตำรวจนอกเครื่องแบบที่ฉันประสานงานไว้ได้ก้าวเข้ามาดักหน้าเธอไว้เรียบร้อยแล้ว
“คุณพิมพ์มาดา กรุณาอยู่ก่อนครับ ทางเราจำเป็นต้องขอเชิญตัวคุณไปให้ปากคำและตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดตามคำร้องทุกข์ของคณะกรรมการบริหาร”
พิมพ์มาดามองมาที่ฉันด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ความมั่นอกมั่นใจ ความเย่อหยิ่ง และรอยยิ้มเยาะเย้ยในคลิปวิดีโอที่เธอส่งมาเมื่อสองชั่วโมงก่อนมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาของหญิงสาวที่เพิ่งตระหนักได้ว่า ตัวเองได้กลายเป็นผู้จุดชนวนระเบิดทำลายชีวิตของตัวเองและชายคนรักด้วยมือของเธอเอง
ฉันหันกลับมามองธนินอย่างช้าๆ สายตาของฉันที่มองเขานั้นว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความโกรธแค้นหรือความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความสมเพชที่ไม่อาจปิดบัง
“ตลอดสิบเอ็ดปีที่ผ่านมา คุณคิดเสมอว่าคุณเป็นคนสร้างบริษัทนี้ขึ้นมาคนเดียว คุณคิดว่าฉันเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันที่คอยยิ้มแย้มอยู่ข้างหลังคุณ และคุณคิดว่าคุณจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันอย่างไรก็ได้ โดยที่ฉันไม่มีทางสู้…”
ฉันหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองหนึ่งออกมาจากแฟ้ม ยื่นให้เขาต่อหน้าสายตาของผู้คนนับร้อยและเลนส์กล้องของสื่อมวลชนทุกสำนัก
“นี่คือหมายเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นด่วนที่สุด เพื่อลงมติปลดคุณออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนี่คือเอกสารฟ้องหย่า พร้อมคำร้องขอแบ่งสินสมรสและเรียกค่าเสียหายจากการเป็นชู้”
ธนินมองเอกสารในมือราวกับมันเป็นถ่านไฟร้อนลวก เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเวทีอย่างหมดรูป มือทั้งสองข้างกุมศีรษะ ร่างกายสั่นเทา อาณาจักรที่เขาลุ่มหลง อำนาจที่เขาหวงแหน และภาพลักษณ์ผู้บริหารหนุ่มอนาคตไกลที่เขาสร้างสมมา พังทลายลงในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที
“ณิชา… ได้โปรดเถอะ ฟังผมก่อน เราคุยกันได้ไม่ใช่เหรอ…” ธนินส่งเสียงอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา น้ำเสียงแตกพร่า น้ำตาที่เขาพยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้น “ผมทำผิดไปแล้ว ผมขอโทษ… อย่าทำลายผมแบบนี้เลย เราสร้างมันมาด้วยกันนะ!”
ฉันสบตาเขานิ่งๆ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมาในชีวิต
“คุณพูดถูกอย่างหนึ่งนะธนิน… เราสร้างมันมาด้วยกัน แต่ในเมื่อคุณเลือกที่จะทรยศคนที่ร่วมสร้างมันขึ้นมา คุณก็ต้องพร้อมที่จะเห็นฉันเป็นคนรื้อมันลงมาด้วยมือของฉันเองเช่นกัน”
ฉันหมุนตัวเดินลงจากเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มองเห็นความเด็ดขาดในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท และเสียงสัมภาษณ์ที่พยายามตะโกนถามจากบรรดานักข่าว
ฉันไม่ได้หยุดตอบคำถามใดๆ ก้าวเดินออกจากห้องประชุมใหญ่ด้วยท่าทีที่สง่างาม หลังตรง ศีรษะเชิดขึ้นอย่างภาคภูมิ
หนึ่งเดือนต่อมา
ผลกระทบจากการเปิดโปงในวันนั้นรุนแรงและเฉียบขาดกว่าที่ใครจะคาดคิด
คณะกรรมการบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์ปลด ธนิน วรโชติเมธี ออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและตัดสิทธิ์ในการบริหารงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งดำเนินคดีอาญาในข้อหายักยอกทรัพย์และละเมิดความลับทางการค้า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ เข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังจนพบการทุจริตเชิงระบบที่เขาลักลอบทำมานานหลายปี ทรัพย์สินส่วนตัวของเขาถูกสั่งอายัดเพื่อรอการตรวจสอบ
จากผู้บริหารหนุ่มดาวรุ่ง ธนินกลายเป็นบุคคลล้มละลายทางสังคมและธุรกิจอย่างสิ้นเชิง สื่อทุกสำนักตีแผ่เรื่องราวของเขา เพื่อนฝูงในแวดวงไฮโซและคู่ค้าทางธุรกิจต่างพากันตัดความสัมพันธ์และหันหลังให้อย่างไม่ไยดี
ในขณะที่ พิมพ์มาดา เธอถูกไล่ออกจากบริษัททันทีโดยไม่ได้รับเงินชดเชยแม้แต่บาทเดียว พร้อมทั้งถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งฐานเป็นชู้ตามกฎหมาย และถูกดำเนินคดีอาญาร่วมในข้อหาละเมิดข้อมูลความลับขององค์กร บริษัทคู่แข่งที่เธอเคยคิดจะใช้ข้อมูลไปแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ปฏิเสธที่จะข้องเกี่ยวกับเธออย่างสิ้นเชิง ชื่อเสียงของเธอในวงการประชาสัมพันธ์ถูกทำลายจนหมดสิ้น ไม่มีองค์กรใดกล้ารับเธอเข้าทำงานอีกต่อไป มีข่าวว่าเธอต้องแบกรับหนี้สินจากการฟ้องร้องและใช้ชีวิตอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ด้วยความอับอาย
ส่วนฉัน…
ในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น คณะกรรมการและกลุ่มทุนรายใหญ่ต่างลงมติไว้วางใจให้ฉันก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ วรโชติ คอร์ปอเรชั่น เพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรอีกครั้ง
เช้าวันนี้ แสงแดดอบอุ่นสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานชั้นสูงสุดของอาคารวรโชติ ทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานครทอดตัวยาวอยู่เบื้องหน้า
บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มีแจกันดอกไม้สดสีขาวเรียบหรูวางอยู่ข้างแฟ้มเอกสารอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการ
ทนายกรันต์เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารฉบับสุดท้าย
“เอกสารการหย่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับคุณณิชา ศาลมีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินส่วนใหญ่ตกเป็นของคุณตามสัญญาก่อนสมรสและข้อตกลงสินสมรส และทางคุณธนินยอมลงนามสละสิทธิ์ในหุ้นที่เหลือทั้งหมดเพื่อแลกกับการที่เราไม่ฟ้องร้องคดีอาญาเพิ่มเติมในบางมาตรา”
ฉันรับเอกสารใบสำคัญการหย่ามาดู ลายเซ็นของธนินที่ท้ายกระดาษสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
ฉันจรดปากกาลงนามในส่วนของฉันอย่างหนักแน่นและไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ขอบคุณมากค่ะคุณกรันต์ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”
“ยินดีอย่างยิ่งครับ คุณณิชา… หรือผมควรจะเรียกว่า ท่านประธาน ดีครับ” ทนายกรันต์ยิ้มอย่างจริงใจ
ฉันยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่แท้จริงครั้งแรกในรอบหลายเดือน รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากการฝืนทนหรือการแสดงออกเพื่อภาพลักษณ์ทางสังคม แต่เป็นรอยยิ้มของหญิงสาวที่สามารถทวงคืนชีวิต ศักดิ์ศรี และคุณค่าของตัวเองกลับมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ฉันเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองลงไปยังเมืองเบื้องล่าง
พิมพ์มาดาเคยคิดว่า คลิปวิดีโอเพียงคลิปเดียวจะทำลายชีวิตของฉันจนพังพินาศ
เธอคงคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่ทำได้เพียงแค่หลั่งน้ำตาและยอมจำนนต่อโชคชะตา
แต่เธอและธนินไม่เคยเข้าใจเลยว่า ผู้หญิงที่ช่วยสร้างปราสาทขึ้นมาได้ด้วยสองมือของตัวเอง ย่อมรู้วิธีที่จะดึงอิฐก้อนสำคัญออกเพื่อให้ปราสาทนั้นพังทลายลงมาทับคนทรยศได้เช่นกัน
และบัดนี้ บนซากปรักหักพังของความหลอกลวงและความไม่ซื่อสัตย์ ฉันได้สร้างอาณาจักรของฉันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
อาณาจักรที่มีเพียงความจริง ความแข็งแกร่ง และศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครหน้าไหนจะมาพรากมันไปจากฉันได้อีกต่อไป